เผลอแปปเดียวก็หมดเทอมอีกแล้ววว วันเวลานี่มันผ่านไปเร็วจนน่ากลัวเลยจริง ๆ แงงงงแน่นอนเวลาผ่านไปก็ทำให้สิ่งต่างๆ ที่เราเคยจำได้เลือนลางหายไปด้วย แต่เพราะบางครั้งเราก็ไม่อยากลืมอ่ะเนอะ ก็เลยเกิดการจดบันทึกขึ้น เพื่อกลับมาอ่านได้
โอเค อารัมภบทประมาณนี้ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
ดังนั้น บทความนี้จะเป็นบทความสรุปสิ่งที่ได้รับจาก APP JP LING เป็นเวลาหนึ่งเทอมจ้าาาา ปรบมื้ออ
ด้วยว่าเนื้อหาในวิชานี้มันมีเป็นหลายส่วน เราก็จะพูดไปทีละส่วนด้วยจ้า จะมีอะไรบ้างไปดูกันเล้ยยย
1.課題
หรือ Task ของวิชานี้มีทั้งหมด 5 ครั้ง
คือ 魅力的な自己紹介、手際の良い説明、目に浮かぶ描写、いい聞き手 และ 空想作文
ไม่ว่าอันไหนก็ท้าทายความสามารถของผู้เรียนมากจริงๆ เอาจริงๆก็คือชอบทุกอัน เพราะแต่ละอันมีวัตถุประสงค์ต่างกันไป แต่ก็คงต้องบอกว่าชอบ 空想作文 ที่สุดเพราะได้ระเบิดความคิดสร้างสรรค์แบบนอกกรอบสุด ๆ (ชมแล้วชมอีก) ตอนที่ได้อ่านของทุกคนมันก็เหมือนเราได้อ่านคนๆนั้นมากขึ้นจากสไตล์การเขียนหรือเรื่องของเขา สนุกมากตอนที่นั่งอ่านๆแล้วมาคอยคิดว่า ‘เรื่องนี้ต้องของคนนี้แน่ๆ’
課題 อื่นๆ ก็มีความจ้อจี้ตรงที่มันไปเหมือนเนื้อหาในวิชา JP CON ซัก 70% อย่างไม่ได้นัดหมาย ซึ่งข้อดีคือเหมือนเราได้ทบทวนสิ่งที่เรียนในวิชาที่แล้วอีกครั้งในอีกวิชา แต่ก็นั่นแหละ อาจจะเพราะเราขี้เบื่อเป็นทุนเดิม ทำให้อินกับ 空想作文 ที่สุด เพราะมันแปลกใหม่
สิ่งสำคัญที่สุดที่ได้จากทุก 課題 ของวิชานี้คือ การได้กลับมาดูตัวเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ของวิชานี้แต่แรกแล้ว และมันทำให้ตัวเราเองได้เห็นความสำคัญของการหันหลังกลับมาทบทวนมากขึ้น ที่ชัดเจนที่สุดสำคัญเราก็คือ เราสังเกตและหาจุดอ่อน จุดแข็งของตัวเองได้ดีขึ้น ซึ่งเชื่อว่าสิ่งที่จะตามมาคือเราจะสามารถวางแผนการพัฒนาจุดอ่อนของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพได้มากขึ้น แน่นอนไม่ว่าจะกับภาษาไหนก็ตาม
2. 言語現象
ในวิชานี้ก็พูดถึงปรากฎการณ์น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น 受け身、予測文法、言葉の順番、は と が、のだ、ん、敬語
ซึ่ง ว้าวว มันดูเป็นเรื่องที่เรียนผ่านมาหมดแล้ว ทำไมยังต้องมา discuss กันอีก แต่พอเอาเข้าจริง แต่ละครั้งๆก็เป็นการพูดคุยที่สนุกเหลือเกิน ด้านมุมของปรากฎการณ์ต่างๆที่เเคยคิดว่าเห็นมาหมดแล้ว ก็ยังมีด้านที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนโผล่ขึ้นมาให้เห็นอีก
สำหรับเรา เนื้อหาในส่วนนี้่เป็นเนื้อหาส่วนที่กระตุ้น 好奇心 มากทีเดียว มันเลยทำให้เกิดการลองหาข้อมูลเองเพิ่มเติมอย่างเรื่อง 格助詞 ที่เคยเขียนไปด้วย ก็เป็นประสบการณ์ที่แปลกและสนุกดี หวาวววและที่ประทับใจเนื้อหาส่วนนี้สุดๆ คือ ทำให้รู้ว่า ภาษามันลึกซึ้งมากจริงๆ มันคืออารยธรรมที่มีอายุเกือบเทียบเท่าประวัติของมนุษย์ที่ทรงคุณค่า (เว่อๆ) ไม่งั้นทำไมทุกวันนี้ยังมีงานวิจัยใหม่ๆเกิดขึ้นเรื่อยๆกันล่ะะ เอ้ออ ถึงแม้ตัวเราจะยังไม่ใช่สาย Academic ที่สามารถสนุกกับงานวิจัยไปเรื่อยๆได้ อย่างมากก็ เอ่อ…หาข้อมูลเองเพิ่มเล็กน้อย (ขอโทฦษที่ฉันขี้เกียจ แฮะๆ) แต่ในใจตอนนี้ลึกๆ เราก็หวังว่าสักวันเราจะมีผลงานอะไรแบบนี้ของตัวเองสักชิ้น (จริงๆ นะ)
3.内容(仮説)
โหยยยย เนื้อหาส่วนนี้ก็สนุกมากกกก คือเรียนแล้วก็ประทับใจว่าบนโลกนี้ก็มีคนที่จริงจังกับภาษาศาสตร์มากอยู่เยอะเลย (แต่จุฬาก็ยังไม่มีเอกภาษาศาสตร์) สารภาพตามตรงว่าจำชื่อคนไม่เก่งถ้าไม่จำเป็น ดังนั้นจำไม่ได้หรอกนะ ว่าใครสร้างทฤษฎีอะไรบ้าง แต่ก็อยากชดเชยด้วยการบอกว่า เรานำทฤษฎีต่างๆของพวกท่านไปใช้ในการสอนจริงๆ มาเกือบหมดเลยนะะะ ไม่ว่าจะ i+1、アウトプット仮説、気づき แล้วที่น่าประทับใจที่สุดคือ เราเห็นพัฒนาการของน้องที่เราสอนอยู่จริงๆ หลังจากประยุกต์สิ่งเหล่านี้มาใช้ คือน้องตอบได้มากขึ้น ดูมีหลักการจำสำหรับตัวเองมากขึ้น มีความกระตือรือล้นในการเรียนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ทีดีมากสำหรับการลองเป็นผู้สอนเลย
อีกทั้งทฤษฎีเหล่านี้ก็ทำให้เรา(ในฐานะผู้เรียนภาษาที่สอง) เข้าใจว่าต้องทำยังไงถึงจะซึมซับได้เร็วขึ้นในเวลาเท่าเดิม ก็ตั้งใจจะจำให้ขึ้นไปและเอาไปใช้ในการเรียนภาษาต่างประเทศอื่นๆต่อไปด้วย เย่ะะ
อ๋อใช่ เดี๋ยวปลายเดือนพฤษภาคมนี้ อักษรฯจะมีค่ายสอนที่สุพรรณบุรี ซึ่งเราก็ติดสอบห้อยส่งไปสอนภาษาไทยน้อง ป.5 ด้วยย ก็เข้าใจว่าทฤษฎีต่างๆมันมีสำหรับ SLA แต่เราก็เชื่อว่าอย่าง 気づき、i+1 ไรงี้มันสามารถปรับใช้ตามความเหมาะสมได้ ณ ตอนนี้ก็ตื่นเต้นเล็กน้อยที่จะเอาสิ่งเหล่านี้ไปใช้ในสนามจริงซึ่งคราวนี้กับเด็กเกือบ 20คนพร้อมกัน (อีกใจก็แอบกลัวจะทำได้ไม่ดี แงงงง) ยังไงจะมาอัพเดทให้อ่านกันอีกทีนะครับบบ
ってわけで、まとめていうと
โดยส่วนตัวแล้ว ไม่รู้ว่าจะเลือกให้ใครเป็นพระเอกหรือเนื้อหาชูโรงของ APP JP LING ดีเลย ทั้ง 3ด้าน ที่เห็นชัดที่สุดจากวิชานี้มันทำให้เราเติบโตในทิศทางที่แตกต่างกันอ่ะ แต่ก็เป็นการเติบโตที่เริ่ดทุกด้านเลย ไม่ว่าจะ 仮説 ที่ทำให้เรารู้ How To Acquire ภาษาที่สอง、現象 ที่จุดไฟทางการศึกษาให้เราอยากค้นคว้าข้อมูลเองเพิ่มเติม และ 課題 ที่เป็นเหมือนกระจกสะท้อนปัจจุบันของตัวเราเพื่อก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ
ณ ตอนนี้ใจนึงก็คิดว่าควรจะพัฒนาทั้ง 3ด้านนี้ต่อไปพร้อมๆกันให้มันบาลานส์ แต่อีกใจก็บอกว่าชอบด้านไหนที่สุดก็พุ่งเน้นไปด้านนั้นเลยดีกว่า โหห นั่นสิยังไงกันนะ จริงอยู่ว่าเราชอบวิชานี้เพราะชอบภาษาและภาษาศาสตร์เป็นทุนเดิม แต่จะเรียนไปลึกกว่านี้ดีจะจริงๆมั้ยนะ หรือจะฝึกเรื่องการสอนให้ดีขึ้นแล้วเอาดีด้านการสอนไปเลยก็ดูเลี้ยงตัวได้อยู่ ยังไงดีนะ
เนี่ย ตรงนี้เป็นจุดที่เรายังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ตอนต้นเทอมที่อาจารย์บอกให้ลองตั้ง目的 ของการเขียน Blog หรือ 目標 หวังจากจบวิชานี้เหมือนกัน
คือ มันไม่มีอ่ะ ไม่ได้หมายถึงไม่คาดหวังอะไรจากวิชาต่างๆในเอกนะ แต่คือได้รู้เรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็แฮปปี้แล้วอ่ะ แบบฉันก็เป็นฉันที่ยังสนุกกับการได้เรียนภาษาที่ฉันรัก ได้รู้เรื่องใหม่ต่างๆไปเรื่อยๆอ่ะ ส่วนตัวไม่เคยคิดว่าต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อเอาไปหางาน แต่ถ้าเรียนจบไป งานที่ทำมันจะได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นด้วยก็ถือว่าไม่เลว
แงงง เอาเถอะ ปล่อยมันเป็นเรื่องของปี4 และอนาคตละกัน ตัวเราในตอนนี้ก็ทำตอนนี้ให้เต็มที่ก็พอดีกว่า
ดังนั้นถ้าวิชานี้จะมีตำแหน่งพระเอก ก็ขอยกให้อาจารย์ละกัน
เย่ แปะๆๆๆๆๆ
เพราะการที่ตัวเราได้เรียนรู้และตกตะกอนได้ขนาดนี้ ส่วนนึงก็ต้องบอกว่าเพราะ การดีไซน์การสอนของอาจารย์ด้วยเนอะ คาดว่าเพื่อนๆทุกคนก็คงคิดเหมือนกัน (ไม่งั้นคงไม่ชมวิชานี้มาตลอดหนึ่งเทอม)
พร้อมกันนี้ ก็ขอปรบมือให้ตัวเอง、ทุกๆคน และ ยะมะดะซังด้วยที่อยู่ด้วยกันมาจนจบเทอม วิชานี้เป็นวิชาในเอกที่อบอุ่นและสนุกสนานที่สุดเท่าที่ผ่านมาา และมันเป็นบรรยากาศแบบนี้ได้เพราะทุกคนเลยนะะ แงงง ย้อนกลับมาอ่านอีก ต้องร้องไห้แน่เลยเนี่ยยยย
แต่ก็นั่นแหละเนอะ เราอยากจารึกความรู้สึกประทับใจนี้ไว้ ก็เลยเขียนบันทึกนี่น่าา ตอนที่ย้อนกลับมาอ่านความรู้สึกเหล่านี้ ไม่น่าจะซึ้ง จะเขิน จะคิดว่าตอนนั้นเขียนไปได้ยังไงวะ แต่มันก็เป็นความรู้สึกจริงๆ ณ ตอนที่เขียนที่เราถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรจริงๆ รวมทั้งบทความก่อนๆ ที่เราพยายามตกตะกอนความรู้ที่ได้จากวิชานี้ออกมาให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเองและคนอื่นต่อไป
เอาล่ะ หน้าที่ของ カントー日記 ในวิชา APPLIED JAPANESE LINGUISTICS ก็คงจะหมดลงตรงนี้ แต่ต่อจากนี้ก็คาดหวังเป้นอย่างยิ่งว่าจะได้ใช้ 日記 นี้เป็นตัวจดบันทึกพัฒนาการหรือเรื่องน่าสนใจที่พบเจอมา ให้ทุกคนได้อ่านกันต่อไป ถ้าทุกท่าน ว่างๆเบื่อๆ ก็แวะเข้ามาเยี่ยมเยือนกันได้เฉกเช่นปกตินะขอรับ
いつでもおいでやす
สุดท้ายนี้ (จริงๆละ) ขอมอบคำนี้ให้กับทุกท่านที่เดินทางร่วมกันมาจนถึงตรงนี้
せー、のっ!
お疲れ様でした
5月15日
カントー




