「こんにちは、はじめまして。えっと、チティパット プンドントリーも申します。和製外来語…について研究をしています。えっと、ストレス解消のために、えっと、運動をするようにしています。えっと、毎週3回くらいはフィスネスに行ってるようにしています。はい、よろしくお願いします。」
อ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง กับการแนะนำตัวแบบไม่ได้เตรียมบทมาก่อนของเรา
.
.
อือออ นั่นแหละ มันมีจุดที่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้เยอะเหลือเกิน
ลองมาดูกันไปทีละจุดสังเกตที่เราค้นพบเองและที่อาจารย์ชี้เพิ่มให้
เริ่มจากที่เราลอง 文字化 แล้วสังเกตเห็นได้เองก่อนแล้วกัน
1.การใช้ フィラー
เหมือนจะเป็นวัตถุประสงค์หลักข้อนึงของกิจกรรมนี้เลยก็ว่าได้
กับการลองสังเกตว่าเราใช้ フィラー (คำที่พูดเพื่อนึกคำต่อไป เช่น เอิ่ม… คือว่า…) อะไรบ้างในความถี่เท่าไร
ซึ่งน่าสนใจมาก ที่ สำหรับครั้งนี้ เรามีเพียงคำว่า えっと คำเดียว (แต่ มาหา4ครั้งถ้วน) ทั้งๆที่ทุกครั้งมันมักจะมี なんか หรือ まー แทรกด้วยอย่างมหาศาล อาจจะเป็นเพราะปริมาณของสิ่งที่พูด และ ลึกๆแล้วเรามีการเลือกใช้คำเหล่านี้โดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้
เช่น
なんか มักจะปรากฎเมื่อเรากำลังคิดอธิบายเพิ่มเติมให้กับสิง่ที่พูดไปก่อนหน้า
まー เกิดเมื่อเรากำลังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคก่อนหน้า
「昨日、彼女の様子がちょっとおかしい。なんか、何を聞いてもあまり返事してくれないんだ。
まー多分俺を怒っていただと思うけど。」
ส่วน えっと นั้นจะปรากฎเมื่อเรากำลังคิดคำตอบเกี่ยวกับคำถามใดๆ เช่นจากการลองแนะนำตัวครั้งนี้ ที่อาจารย์มีหัวข้อมาให้ว่า เราต้องตอบคำถามอะไรบ้าง
หรือ
ใช้แบบไม่มีเงื่อนไขอะไร เพียงแค่เอามาคั่นให้รู้ว่านี่คือ ประโยคใหม่ และเพื่อให้เวลาตัวเองเรียบเรียงสิ่งต่อไปที่จะพูดเท่านั้น
เช่น จากประโยคแรกของเรา
「えっと、チティパット プンドントリーも申します。」
ไม่น่าจะมีใครต้องคิดว่าตัวเองชื่ออะไรเนอะ 笑笑
จริงๆมันเป็นเรื่องที่เรียนเจอตามบทเรียนไปแล้วแหละ แต่พอได้มาสังเกตเอง
แล้วพบว่า เราใช้ フィラー ตามที่ควรจะเป็นจริงๆมันก็แอบดีใจ
มันเหมือน เออฉันเข้าใจคอนเซ็ปภาษาแดนปลาดิบเพิ่มไปอีกระดับละนะ ไชโย \( ‘ω’)/
2.การเลือกใช้ 表現
เราเผลอใช้ ようにしている ไป 2ครั้งติดกัน ซึ่งอาจารย์ก็แนะนำว่า อันนี้มันอาจจะแอบไม่เป็นธรรมชาติ เพราะมันให้ความรู้สึกว่า เราตั้งใจพยายามอะไรขนาดนั้นเลยเหรอ
เห็นด้วยแบบไม่มีข้อโต้แย้งเลยครับ(笑)
จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะใช้ติดกัน แต่คิดประโยคไม่ทัน เลยไปเอา 表現 ที่ใช้ไปก่อนหน้ามาใช้อีกรอบนึงล่ะมั้ง ก็จะจำไว้ แล้วครั้งต่อๆไปจะใจเย็นค่อยๆคิดรูปประโยคที่ดีกว่านี้
และหลังจากที่ได้ดูตัวอย่างการแนะนำตัวแบบญี่ปุ่นไปพลาง
ฟังคอมเม้นจากอาจารย์ไปพลาง
ก็ทำให้เราสังเกตเห็นหลายๆอย่างมากขึ้นอีก
1.การเลือกใช้ はじめまして
คำนี้เป็นคำที่เราเรียนกันมาตั้งแต่ก่อนเขียนคันจิได้อีกมั้ง แล้วก็ท่องคำนี้กันมาตลอดว่า เวลาแนะนำตัวต้องมีคำนี้นะ ๆ ๆ ทำให้บางครั้งเราอาจจะลืมดูความหมายของมันไป
ในกิจกรรมครั้งนี้ก็เช่นกัน เราเผลอใช้คำนี้ออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทั้งๆที่ทุกคนในห้องก็ไม่ใช่คนที่เพิ่งเจอหน้ากัน เราสามารถเลือกไม่ใช้คำนี้เลยก็ได้
แต่ อันนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องการตีความสถานการณ์ก็ได้นะ
แบบ เรารู้อยู่แล้วแหละ ว่า はじめまして มันควรใช้กับคนเพิ่งพบหน้าเท่านั้น แต่เราตีความกิจกรรมนี้ว่า เป็นการเล่นเป็นคนเพิ่งเจอกันแล้วมาแนะนำตัวกัน ก็เลยใช้คำนี้ออกมา
โฮ่~หน้ากากแก้วไปอี๊กกกกกกก แต่ปัญหานี้แก้ง่ายมาก กิจกรรมต่อๆไป ก็แค่ถามก่อนเริ่มว่า 設定 รอบนี้คืออะไร เพื่อจะได้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง (/・ω・)/
2.เนื้อหาของการแนะนำตัว
ถ้าถามว่าหลังจากดูตัวอย่างไปคิดว่าการแนะนำตัวของเรารอบนี้ตรงตามวัตถุประสงค์กี่เปอร์เซ็น
คงต้องตอบว่า 60%เท่านั้น เพราะเราคิดแต่ว่าต้องพูดหัวข้อให้ครบ แต่ลืมคิดถึงผู้ฟังและเป้าหมายที่แท้จริงของการแนะนำตัวไป
กล่าวคือ มันคือการทำให้ผู้ฟังจำเราได้ ซึ่งไม่ว่าจะอ่านการแนะนำตัวของตัวเองใหม่กี่รอบ มันก็ไม่ได้มีคามน่าจดจำอะไรเลย
ในจุดนี้หลังจากพูดคุยกันในห้องก็ได้คำตอบว่า สิ่งที่จะทำให้น่าจดจำมากขึ้นก็คือ การใส่เรื่องราวลงไปในการแนะนำตัวด้วย
เช่น ในตัวอย่างมีคนนึงเขาเล่าว่า
เขาแก้เครียดโดยการร้องเพลง แต่เพราะมีลูกแล้วทำให้ไปคาราโอเกะไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่เป็นไร เขามีเวทีสุดเจ๋งที่เรียกว่าห้องอาบน้ำอยู่แล้ว
เนี่ยยย อะไรเรียบง่ายๆแบบนี้ แต่มันทำให้เราจำได้ว่า อ๋อ คนที่ชอบร้องเพลงในห้องน้ำ
โหหห อยากใส่episodeลงไปได้อย่างเป็นธรรมชาติบ้างจัง
ที่ชอบที่สุดจากกิจกรรมของสัปดาห์นี้คือ
สิ่งต่างๆที่เราสังเกตเห็นในครั้งนี้ มันไม่ได้ใช้ได้แค่กับภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นอ่ะ
เราเชื่อว่ามันเป็นเทคนิกเล็กๆน้อยๆที่สำคัญที่สามารถเอาไปแทรกได้ในทุกภาษา
และไม่ใช่แค่กับการแนะนำตัวเท่านั้นด้วย
มันดูสามารถขยายไปเป็นเรื่อง การพูดให้น่าฟังได้อ่ะ ซึ่งสำหรับเรา คนที่มีคุณสมบัตินี้
เท่โคตรๆ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไร มันเป็นเสน่ห์นะ การที่คุณดึงดูดให้ผู้ฟังอยู่กับคุณได้ ให้เขาจำคุณได้อ่ะ
ก็หวังว่าสักวันตัวเราเองก็จะสามารถสังเกตเห็นอะไรได้มากขึ้น และนำมาปรับปรุงให้ ตัวเองเป็นคนที่มีวาทศิลป์เช่นนั้นได้ในอนาคตเนอะ (笑)
もっと、もっと頑張らなきゃ!
カントー
1月26日
