第十二章:「祇園祭りに隠れた秘密」

第十二章:「祇園祭りに隠れた秘密」

ฮั่นแน่~~~ อัพรวดเดียว 2 บทความแบบนี้รู้เลยนะครับว่าขี้เกียจอ่าน THAI PRO WRIT ขนาดไหนน
โอเคเรายังคงอยู่กับ 空想作文 เนอะะ ต่อเนื่องจากบทความที่แล้ว (第十一章:空想作文から学んだこと) ที่เราได้พูดถึง ทำยังไง ให้งานเขียนมันออกมาสนุก และตัวเราในตอนนี้ยังขาดอะไรอยู่บ้าง คราวนี้เราจะมาเน้นที่ 反省会 ของ 作文 ที่เขียนไปเหมือนทุกครั้งกันจ้าาา

ช่วงเกริ่นก่อนเข้าเนื้อหา

ครั้งนี้เราเลือก 祇園祭り มาเป็นธีมในการเขียน ซึ่งหลายคนอาจจะเพิ่งเคยได้ยินเทศกาลนี้เราเลยจะมาพูดถึงเจ้าเทศกาลนี้กันเล็กน้อย (ขายของ ๆ )

祇園祭り เป็น 1 ใน 3เทศกาลใหญ่ประจำปีของญี่ปุ่น จัดขึ้นช่วงเดือน 7 ในเกียวโต จุดเริ่มต้นคือในสมัยเฮอันมีคนตายเพราะโรคระบาดเยอะมาก ทั้งนี้คนในสมัยนั้นเชื่อว่าเป็นความพิโรธของพระเจ้าตามความเชื่อชินโต รวมถึงวิญญาณขุนนาง คนใหญ่คนโตต่างๆที่ถูกหักหลังตามมาเอาคืน จึงได้มีการจัด 祭り ขึ้นเพื่อบรรเทาความพิโรธของพระเจ้าเหล่านั้น
ซึ่งพอทำมาทุกปีๆ ก็เลยกลายมาเป็น 特徴 หนึ่งของฤดูร้อนของเกียวโต ซึ่งก็คือ 祇園祭り นั่นเองง
ในเรื่องยังเรามีการพูดถึง 山鉾やまほこ ด้วยมันคือคล้ายๆแท่นให้คน (ที่จะประกอบพิธีทางศาสนามั้ง) ขึ้นไปยืน แล้วก็มีการเดินแห่ไปรอบ ๆ ซึ่งในวันเทศกาลมันจะมี 山鉾 เยอะแยะมากมายให้เราได้เดินชม ถ่ายรูปหรือลองขึ้นไปยืนข้างบน

祇園祭 ก็คือปิดถนน 四条 จัดเลยจ้าา ยิ่งใหญ่สุดในรอบปี
山鉾 จะอารมณ์ประมาณนี้

興味のある方はぜひ京都へおいでやす~

เอาล่ะ ขายของแต่พองาม กลับเข้าเรื่อง ๆ

ไม่รู้ว่าเพราะเลือกธีมเป็น 祇園祭 เลยทำให้ตอนแรกเกิดปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติอาจารย์เข้าใจผิดว่าเราส่งเรื่องเดิมไปรึเปล่า แต่ด้วยผลบุญที่สั่งสมมา จึงสามารถส่ง 空想作文 ที่แท้ทรูให้ทุกคนอ่านได้ (แงงงงงง ตลกมาก) เอาล่ะ เรามาดู feedback ในครั้งนี้กันเลยดีกว่า เป็นรูปแบบแปะลิ้งก์เหมือนเดิมละกันนะ จะได้ไม่รกตาเกินไป

https://docs.google.com/document/d/1UfdinPX8IbhOKE_E7Xb_iNMl_VCadRW1ZJBI45syI34/edit#
ครั้งนี้เรามีการลอก format จาก Blog น้องอาร์ทมาใช้ด้วย นั่นก็คือใช้สีหลายๆสีในการเน้น feedback นั่นเอง (แฮะ ๆ อย่าฟ้องเอาค่าลิขสิทธิ์เราเลยนะ เราไม่มีจ่ายหรอก)

ขอเริ่มที่ สีส้ม ก่อน
ก็คือ มันต้องแก้เป็น「だ刑」ให้หมด เพราะมันเป็นงานเขียน จริงๆมันคือผิดโง่ๆ ที่โดนแก้มาตั้งแต่ใน JP WRIT (ฮา) แต่จริงๆเรามีเหตุผลที่เขียนเป็น ですーます ไปนะ คือเราอยากให้ตัวเอก (大輔) มาเล่าเรื่องให้ฟังว่าปีที่แล้วเจออะไรมา ก็เลยใช้ です ไปในตอนแรก แต่ดูเหมือนจะทะเลาะกับตัวเองไม่จบดี เลยกลายเป็นว่า Format ไม่นิ่ง มีใช้ だーですผสมมั่วไปหมด แฮะ ๆ คราวหน้าต้องวาง Setting ตรงนี้ให้ดีกว่านี้ด้วย

ต่อมา สีน้ำเงิน
可愛さ → 可愛らしさ อันนี้ยะมะดะซังเขาคอมเม้นมาว่าก็ไม่ได้ผิด แต่ 可愛らしさ มันเป็นธรรมชาติกว่า อือออออ โอเคเรื่อง เซ้นส์ของคำแบบนี้ 母語話者 ว่าไงก็ว่าตามเลยละกัน

สุดท้าย สีแดง คือผิดเล็กผิดน้อยเช่นทุกครั้ง
1. 集合して → あって: เพราะกริยา 集合する จะใช้ได้ต่อเมื่อมากกว่า 2คนขึ้นไป (ว้าววว อันนี้น่าจะไม่เคยรู้มาก่อน จดๆๆ)
2. 行われた → 行われてきた:เพราะว่ามันมีความยาวนานของช่วงเวลา ดังนั้นเป็นแบบนี้จะดีกว่า
3. その時 → あの時:ผิด こーそーあ พื้น ๆ เลยจ้าาาา อันนี้คือ 2ฝ่ายรับรู้ context แล้ว ดังนั้นต้องเป็น あの เนอะ
4. ある → ある:ด้วยความสัตย์จริง สำหรับอันนี้เรารู้สึกว่าเออ มี ん แล้วมันดูดีขึ้น แต่เราไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมต้องมีอ่ะะ แงงงง (เดี๋ยวไปอ่าน Blog พี่อิงใหม่อีกทีแปรป)
5. 来たい → 来たくて来たん:อือออ ถ้าข้างหลังเราเป็นคำว่า じゃない มันก็ควรเป็นตามนี้อ่ะแหละนะ
6. 何千年前 → 千年以上:อันนี้เป็นเรื่อง fact ด้วย คือถ้าเป็น 何千年 มันจะหมายถึงหลายพันปี แต่ในความจริง 平安時代 มันพันปีกว่า ๆ เองดังนั้นใช้ 以上 ดีกว่า だって
7. 閉める → 入れる:อันนี้คือคิดกริยาไม่ออกเฉย ๆ เลย หรือตอนแต่งมันง่วงก็ไม่แน่ใจ (ฮา)
8.見回った → 見て回した:อันนี้ไม่แน่ใจแฮะว่าทำไม 見て มันธรรมชาติกว่า อาจจะเพราะถ้าเป็น ~て มันเห็นความต่อเนื่องของการกระทำมากกว่า 複合動詞 รึป่าวนะ
9. 先 → さっき:ใช่จ้าา ความเบลอเล่นฉันอีกแล้ววว
10.それはおかしいことに → おかしいことに:ก็คือไม่ต้องมีเลยก็ได้
11.どうしたよ → どうしたのよ:อันนี้ก็เหมือนกัน คือเข้าใจนะว่าทำไมต้องมี ん จริง ๆ ก็คือแค่เบลอเองด้วย เลยไม่ได้ใส่ไป (แต่มันก็หมายความว่ายังไม่ 自動化 แหละเนอะ แย่จัง)

โหห ไม่รู้จะพูดยังไงกับตัวเองดีเลย
ขอมองในแง่ดีว่าเขียนตั้ง 3 หน้าแต่มีผิดแค่ 10กว่าจุดได้มั้ยนะ
แต่ก็รู้สึกเฟลนะ แต่ละจุดมันแบบ
เฮ้ย ฉันไม่ควรผิดอะไรแบบนี้แล้วววว
มีข้อที่ไม่รู้จริง ๆ แค่ 5 ข้อเองมั้ง
อีกครึ่งนีงนี่คือความสะเพร่าล้วน ๆ อีกแล้วอ่ะ
เหมือนยังไม่ได้โตจากตอนทำ リアリティのない作文 เท่าไรเลย ฮืออออ

ดังนั้นสำหรับ 反省会 เกี่ยวกับไวยกรณ์ครั้งนี้ หลัก ๆ ก็คือ

1. ควรจะใส่ใจเรื่อง ให้มากขึ้นจนมัน 自動化 ไปเลย ควรจะสังเกตประโยคที่ตัวเองแต่งมากขึ้น
2. อ่านให้แตก ให้ละเอียดกว่านี้ ควร QC งานตัวเองทุกครั้ง โอเคเป็นข้อผิดที่พบบ่อยสุดแหละไม่ว่าจะกับใคร แต่แบบมันไม่ควรให้มันมีข้อผิดพลาดชุ่ย ๆ แบบนี้ออกมาเยอะขนาดนี้ มันไม่โปรเลยอ่ะ ซึ่งเราอยากเป็นคนที่ไปยืนในจุดนั้นได้ ดังนั้น 肝に銘じろう!ต้องรีเช็คทุกครั้งงง

เฮ้อออ เหนื่อยกับตัวเองจัง โอเค หายใจเข้าลึก ๆ
ต่อไปจะขอลอง 批判評価 งานของตัวเองดูบ้าง

สิ่งที่กลัวที่สุดตอนเขียนเรื่องนี้คือ คนอ่านไม่เข้าใจว่าอยากสื่ออะไร เพราะแบบ เราเพิ่งเคยเขียนเรื่องแนวน่ากลัว ๆ ปนเศร้าเนอะ แล้วเราคิดว่าเรื่องแนวนี้ มันจะสมบูรณ์ที่จุดเฉลยอ่ะ ซึ่งตามความชอบของเรา เราอยากให้มันเป็นประโยค ๆ เดียว ให้ผู้อ่านอ่านแล้วแบบ เฮ้ยย ขนลุก ไรงี้ ซึ่งการที่จะไปถึงตรงนั้นได้ มันต้องปูเรื่องให้ดี ให้ไม่มีช่องโหว่ ให้สมเหตุสมผล (ในแบบของมัน) ทีนี้มันเลยแอบยากสำหรับเรา เพราะเราก็ไม่อยากเขียนให้ยาวมาก เพราะมันหลุดโจทย์ที่ได้รับด้วย สุดท้ายก็เลยออกมาตามที่ทุกคนได้เห็น ก็ครั้งหน้าอาจจะต้องลด Setting ลงให้เหมาะกับความยาวของงาน
แล้วก็ ๆ อยากได้คอมเม้นจากทุกคนจังเลยย ใครใจดี น่ารัก ๆ อ่านมาถึงตรงนี้ ก็รบกวนด้วยนะ คอมเม้นอะไรก็ได้ ด่าก็ได้ อยากได้หมด จะได้รู้ว่ายังไม่ดียังไงบ้าง แงงงง

แต่สำหรับโดยภาพรวม ไม่นับ feedback จากผู้อ่าน

เราพอใจกับงานของเราครั้งนี้นะ เรียกว่าภูมิใจเลยแหละ เพราะเรารู้สึกว่าเราทุ่มเวลา (คาบ JP READ) เพื่อสร้างเรื่องนี้ขึ้นมาจริง ๆ คิดธีมและแนวเรื่อง คิดความสัมพันธ์ตัวละคร คิดฉากจบให้คนอ่านรู้สึกสนุก (ทำได้จริงรึป่าวเป็นอีกเรื่องนึง) ไม่ว่าสุดท้ายจะยังมีข้อที่ต้องปรับอีกเยอะ แต่ก็ภูมิใจอ่ะะ เฮ้ย ฉันสร้างเรื่องสั้นด้วยภาษาญี่ปุ่นได้แล้วนะเว้ยย แล้วต่อจากนี้ไปฉันก็จะแต่งให้สนุกมากขึ้นไปกว่านี้ด้วย สำหรับตอนนี้มันจะมีอะไรน่าตื่นเต้นและน่าดีใจไปกว่านี้กัน

บ้าเอ้ย เลยกลายเป็นว่ายิ่งพูดก็ยิ่งชอบวิชานี้ที่เน้นให้เราย้อนกลับมาดูตัวเอง ได้เปรียบเทียบกับเพื่อน ๆ เพื่อดูจุดที่เรายังทำได้ดีกว่านี้อีก พอ ๆ ๆ ทุกคนรับรู้แล้วว่าวิชา APP JP LING ดีงามขนาดไหน
ทำไงดีล่ะ เรื่องที่สรุปได้มันก็ไปอยู่ในบทความก่อนหน้าซะหมด ไม่รู้จะสรุปบทความนี้ยังไงเลยอ่ะ แงงงง

ก็เอาเป็นว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากจะเรียนเชิญให้ลองไปชม 祇園祭 กันนะครับบบ แฮะ ๆๆ

自分のミスに悔しながらも 前へ進め!

5月5日
カントー

第十一章:空想作文から学んだこと

第十一章:空想作文から学んだこと

เอาล่ะ เราหลีกหนีความจริงที่ชื่อว่า THAI PRO WRIT มาสู่การเขียน Blog ที่เรารักกันดีกว่า เย่ ๆ ๆ
課題 ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 5 และครั้งสุดท้ายของวิชาสุดรักของเราแล้ว ฮือออออ แต่เรียกได้ว่าเป็น 課題 สุดท้ายที่ปังสุด สนุกสุด ซึ่งนั่นก็คือ

การเขียนงานเขียนเชิงสร้างสรรค์ หรือ 空想作文 นั่นเองงงง

คำสั่งก็คือตามชื่อเลยเนอะ ให้ใช้สิ่งที่เรียนรู้มาจาก リアリティのない作文 มาเขียน 空想作文 ในรอบนี้ ซึ่งคราวที่แล้ว อาจารย์ยังมี Story Outline ให้ไง แต่รอบนี้มาในคอนเซ็ป

あなたしかあなたの力になれないよ
หรือ
อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ
(มีความฝืนเล่นคำเป็นภาษาญี่ปุ่นเล็กน้อย แฮะๆ)

ก็คือคิดเองหมดเลย เราอยากให้ ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร ทำไม เรียกได้ว่าท้าทายขีดจำกัดทางไวยกรณ์และความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างดีมากกก ซึ่งด้วยความที่เป็น 課題 ที่เราไม่เคยทำมาก่อนเลย (ถ้าไม่นับ ぐんぐん ใน JP WRIT) เราก็เลยลองจดปัญหาที่พบตอนเขียนไว้ตั้งแต่นู่นน 6 เมษาได้มั้ง อ่ะมีอะไรมั่งมาดูไปพร้อมกันเลยย

ปัญหาที่พบระหว่างเขียน (ทดไว้ตั้งแต่ช่วงหยุดวันจักรี)

1. การหลากคำ เพราะครั้งนี้เราก็อยากให้เรื่องเป็นอารมณ์ เล่าเรื่องผ่านมุมมองตัวเองไปพลาง มีบทสนทนาไปพลาง เลยพบปัญหาคือ ไม่รู้จะเขียนบรรยายว่าตัวละครนี้พูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้ พร้อมกับทำอิริยาบทแบบนี้ไปพร้อมกันได้ยังไง สุดท้ายก็เลยเน้นใช้ ~て ながら ไปซะเยอะ ไม่แน่ใจว่าจะทำให้น่าเบื่อรึป่าว แงงง

2. เกริ่นเข้าเรื่อง ตอนแรกตอนเขียนอยากจะเริ่มที่บทสนทนาเลยมากๆเพราะรู้สึกว่าเท่ดี (แฮะๆ) แต่ก็อ่านเองแล้วก็คิดว่า ยังไงมันก็ควรจะมีคำบรรยายว่า มันคือเมื่อไรที่ไหนกับใคร สุดท้ายก็เลยเลือกเขียนบรรยายนิดหน่อยก่อนเข้าเรื่องจริงๆ ทุกคนอ่านแล้ว รู้สึกขัดๆมั้ยนะ

3. ความยาว เอาจริงๆ อยากเขียนยาวกว่านี้นะ แบบ รู้สึกว่าส่วนนี้มันต้องอธิบายยาวกว่านี้ไรงี้ แต่นี่ขนาดให้สั้นสุดๆแล้วก็ยัง 3 หน้า

4. おち โหห รอบนี้ถ้าพูดแบบมั่นหน้าก็คือ มั่นใจในส่วนนี้มากพอสมควร เพราะเราตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนเขียน リアリティのない作文 แล้วว่า จะทำ おち ให้ดีขึ้น แต่ก็ แฮะๆๆ ได้เท่านี้แหละนะ พอได้มั้ยนะะ

โอเคคค นั่นคือปัญหาทั้งหมดที่ตัวฉันในอดีตได้ทดไว้ ลองกลับมาอ่านอีกทีตอนนี้ก็จักจี้แปลก ๆ แต่ว่าก็ยังรู้สึกว่า 「その通りだなー」 อยู่จริง ๆ ไม่มีตรงนี้ที่ตอนนี้ก็คิดว่าไม่จริงเลย ซึ่งสำหรับตัวเราก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ มันน่าจะเป็นสัญญาณว่าเรารู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ขีดจำกัด รู้จุดอ่อนตัวเอง

และเมื่อเราได้ลองอ่านของทุกคนเมื่ออาทิตย์ก่อน (ซึ่งให้ตายสิ หลากรส หลากสไตล์มาก บ้าจริง รู้มั้ยจัดลำดับยากมากกกกก) มันก็ทำให้เราเห็นว่างานเขียนของเรายังขาดอะไร และถ้าใส่อะไรเพิ่มเข้าไปน่าจะดีขึ้น
จริง ๆ มีหลายสิ่งอย่างมากเลย แต่อันที่มันตกตะกอนไปถึงคำตอบว่าทำไมที่สุดก็คือ

Story Setting
จริง ๆ เราก็แอบเข้าข้างตัวเองนะว่า สำหรับงานรอบนี้ Setting เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ แต่พอได้อ่านเรื่องของพี่มายด์ (ซึ่งก็คืออ่านไป เขินไป บ้าเอ้ยย) ซึ่ง Detail ละเอียดสุด เราก็รู้สึกว่า เออมีรายละเอียดแล้วเรื่องมันสมจริงอ่ะ ดังนั้นถ้่าครั้งต่อ ๆ ไปเราอยากจะไล่ตามความสมจริงในงานเขียนมากขึ้นเราก็อาจจะใช้ตรงนี้มาเพิ่มในงานเขียนได้

เอาล่ะ ถึงช่วงสรุปประจำวัน

สำหรับ 空想作文 ในครั้งนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นอีกที่เราได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ท้าทายความสามารถทางภาษา ท้าทายสมองตัวเอง เอาจริง ๆ มันก็เป็นความรู้สึกว่า เป็น 課題 ที่สามารถตัด 要素 ความเป็นภาษาญี่ปุ่น และให้เหลือเพียง “การเขียนงานเขียนเชิงสร้างสรรค์” ได้ เหมือนที่เราเคยรู้สึกกับเรื่อง 魅力的な自己紹介 นั่นแหละนะ แต่ก็พอได้ทำเป็นภาษาญี่ปุ่นมันก็เลยได้พัฒนาภาษาไปด้วยในตัว ก็นับเป็นนิมิตหมายที่ดีแหละเนอะ

ที่เขียนมานี่ไม่ได้จะบ่นว่า 課題 นี้ไม่สำคัญนะ กลับกันมันทำให้เราตระหนักว่า ถ้าเราอยากจะไปให้ถึงจุดที่พูดให้น่าสนใจได้ หรือเขียนให้คนอ่านสนุกได้เนี่ย แก่นของมันที่เราควรฝึกฝนคือ “ทำยังไง” ก่อนอ่ะ ส่วนถ้าเราจะพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น หรือ ภาษาใด ๆ นี่มันคือ ต่อจากนั้นเราจะ “ใช้อะไร” (ภาษาอะไร) เป็นสื่อกลางสื่อสารกับผู้รับสาร ที่รู้สึกแบบนี้เพราะว่า ตอนต้องทำสารคดีในวิชา THAI PRO WRIT เรารู้สึกแบบเดียวกับตอนเขียน 空想作文 นี้เลย แค่มันไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่น

ซึ่งสำหรับบทความนี้เราก็ได้เน้นสรุปสิ่งที่เราควรทำเพื่อจะ 達成 ไปถึงจุดว่า “ทำยังไง” งานเขียนถึงจะออกมาสนุกแล้ว และความคาดหวัง ณ ตอนนี้คือ เราจะจำเอาสิ่งที่ได้จาก 空想作文 (ในแง่มุมว่าเขียนยังไงให้สนุก) นี้ไปใช้ในงานเขียนของเราต่อจากนี้ ก็เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสเขียนงานเขียนเชิงสร้างสรรค์อีก จะนำมาแปะให้ทุกคนได้อ่านใน カントー日記 นี้แล้วกันนะครับ
(สำหรับ feedback 空想作文 และ 反省会 ของการเขียนในครั้งนี้จะอยู่ในบทความต่อไปนะครับ 今後期待!)

ありがたや~ ありがたや~

5月5日
カントー